Red pill or Blue pill?
Written by Waipot on April 29, 2008 – 10:48 amPosted under Talk | No Comments »
“Somebody tell me.
Why it feels more real when I dream than when I am awake.”
วันนี้ผมขอประชาสัมพันธ์เวบฟอรั่มใหม่ ThaiOpenID.net ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID
OpenID เป็นระบบหนึ่งที่ทำให้เราสามารถใช้ URL เป็นข้อมูลระบุตัวตน (Identity) ที่เราสามารถใช้ลงชื่อ (Sign in หรือ Log in) เข้าสู่เวบไซต์ต่างๆ ที่เปิดรับมาตรฐาน OpenID นี้ได้ โดยที่เราไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของแต่ละเวบไซต์ทุกครั้ง ประโยชน์ก็คือ เราไม่ต้องจำชื่อและรหัสผ่านของเราในแต่ละเวบไซต์ จึงเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้ยิ่ง
ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังของ OpenID คือ การระบุตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต เปรียบเหมือนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ที่ใช้ระบุความแตกต่างของแต่ละบุคคล เช่น ชื่อสกุล รูปถ่ายใบหน้า วันเดือนปีเกิด ภูมิลำเนา เชื้อชาติ และ ศาสนา เป็นต้น ดังนั้น OpenID จึงถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ปฏิวัติโลกไซเบอร์ ด้วยการแจ้งตัวตนที่แท้จริงบนโลกอินเทอร์เน็ต ในอนาคตไม่แน่ว่า OpenID อาจจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็อาจเป็นได้
OpenID เพิ่งเริ่มพัฒนาได้ไม่นานนี้ และ ยังไปได้ไม่ไกลนัก ในเมืองไทย กระแส OpenID เริ่มมีบ้าง แต่อย่างแผ่วเบา หากคนไทยยังไม่เริ่มต้นศึกษาไปพร้อมๆ กับชนชาติอื่นแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไป เราจะกลายเป็นผู้ที่ตามหลัง และ ล้าหลังในด้านนี้ ดังนั้น ThaiOpenID.net จึงเกิดขึ้น เพื่อผลักดันการใช้งานและการพัฒนาของ OpenID ในเมืองไทย
ThaiOpenID.net เวบไซต์ที่ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ เป็นชุมนุมออนไลน์เสรี ที่พูดคุยกันเกี่ยวกับ OpenID โดยเฉพาะ ในขณะที่ OpenID ยังเป็นเรื่องใหม่ ที่ยังไม่มีใครรู้มากกว่าใคร ดังนั้นการใช้ระบบเวบบอร์ด เพื่อตั้งกระทู้ถาม-ตอบ อาศัยการสุมหัวของสมาชิกเป็นแรงผลักจึงน่าจะเหมาะสมที่สุด จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ThaiOpenID.net
———-
ปล. ขอความกรุณาทุกท่านที่ผ่านมา เป็นแรงสนับสนุน ช่วยประชาสัมพันธ์ ThaiOpenID.net โดยการคัดลอกข้อความข้างบนนี้(ซึ่งผมอนุญาติอย่างถูกต้อง)ตีแผ่ลงไปในเวบไซต์หรือบลอกของท่าน ขอขอบพระคุณยิ่ง
ผมใช้เวลาว่างส่วนหนึ่งจากการเรียนและการงาน เพื่อสร้าง www.waipot.com ผมก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามใช้มันสมองน้อยๆ ของผมสร้างผลงานเพื่อตีแผ่สู่โลกอินเทอร์เน็ต เวบไซต์นี้รับใช้ชาวไซเบอร์โดยไม่คิดค่าตอบแทนแต่อย่างใด บทความเกือบทุกบทความของผม ถูกกลั่นมาจากความรู้และประสบการณ์อย่างแท้จริง ใครที่คิดว่าอะไรที่เขียนในบลอกนี้มีประโยชน์ และคุณต้องการที่จะคัดลอกเพื่อเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ คุณสามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการปกป้อง www.waipot.com จากสิทธิไม่ชอบ เวบไซต์นี้มีลิขสิทธิ์ภายใต้ Creative Commons Attribution-Noncommercial 3.0 Unported License กล่าวคือ คุณสามารถทำซ้ำ แจกจ่าย รวมทั้งแก้ไขบทความนั้นได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของผลงาน ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
จะเห็นว่า license นี้ไม่มีความซับซ้อนใดๆ ทั้งสิ้น แค่คุณทำการทำลิงค์มายังบทความที่คุณได้คัดลอก หรือ ถูกแก้ไขจาก www.waipot.com แค่นี้ก็เป็นการเคารพลิขสิทธิ์กันแล้ว ด้วยวิถีเดียวกันอะไรที่ผมคัดลอกมาจากเวบไซต์อื่น ผมก็จะทำลิงค์เพื่ออ้างอิงแหล่งที่มาเสมอ
มีตัวอย่างของเวบไซต์ที่ดี ที่นำบทความของผมไปเผยแพร่และอ้างอิงถึง www.waipot.com เท่าที่ผมเจอ เช่น
ก็ขอขอบคุณมาไว้ ณ ที่นี้ และนี่ก็เป็นกำลังใจให้ ผมและ www.waipot.com สร้างสรรผลงานแก่โลกไซเบอร์ต่อไป
ผมเป็นคนหนึ่งที่หลงไหลในโลก cyber ผมเริ่มรู้จักอินเตอร์เนตครั้งแรก เมื่อตอนเข้ามหาลัยปีหนึ่ง เนื่องจากต้องลงทะเบียนด้วยระบบอินเตอร์เนต มันจำเป็นต้องรู้ว่าอินเตอร์เนตเขาใช้กันอย่างไร ครั้งแรกที่ผมรู้จัก www ผมก็รู้สึกสนใจและอยากจะศึกษามันอย่างจริงจัง นับตั้งแต่วันนั้นมันก็พลิกชะตากรรมของเด็กหนุ่มบ้านนอก ให้เข้ามาพัวพันกับโลกแห่งนี้ cyberspace
ในสมัยแรกๆ ที่ผมเริ่มใช้อินเตอร์เนต ในช่วงนั้นการรับส่งข้อมูลมักอยู่ในรูปแบบ text เสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากขีดจำกัดของคอมพิวเตอร์และความเร็วของระบบเครือข่าย เราจึงทำได้แค่ส่งเมล์ เล่น chat เสียมากกว่า การส่งข้อมูลด้าน multimedia ภาพและเสียง ดูจะลำบากมากในช่วงนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป คอมพิวเตอร์ดูจะเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยสวนทางกับราคาถูกลง จะเห็นว่าทุกวันนี้เราสามรถส่งข้อมูลทั้งภาพและเสียงได้ในเศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น ผ่านระบบอินเตอร์เนทความเร็วสูง อย่างเช่น webcam หรือ skype เป็นต้น แม้แต่เทคโนโลยีไร้สาย อย่างเช่น มือถือ ก็มีแนวโน้มว่า จะส่งข้อมูล multimedia ทั้งภาพและเสียงได้มากขึ้น ซึ่งมันเข้าใกล้ยุค 3G มาทุกขณะ
น่าอิจฉาคนยุคนี้ที่ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร แม้ระยะทางจะอยู่ห่างไกลเพียงใด เรายังสามารถส่งถึงกันได้ แต่กระนั้นก็ตาม การเห็นภาพและเสียงมันยังไม่เพียงพอ มนุษย์ไม่เคยหยุดยั้ง ยุคต่อไปในอนาคต เราอาจจะส่งแม้กระทั้งส่งมวลสารของมนุษย์ ให้ไปปรากฏอีกที่หนึ่งได้เพียงเสี้ยววินาที ที่เราว่า teleportation เมื่อถึงจุดนั้น ระยะทางก็คงไม่มีความหมายในโลก cyberspace อีกต่อไป อ่านเรื่อง teleportation ได้จาก วิชาการ.คอม ถึงแม้ว่าปัจจุบันเรายังทำได้แค่อนุภาคเล็กก็ตาม