Written by Waipot on October 30, 2007 – 11:03 am
การติดตั้งโปรแกรมที่เขียนด้วย script php และ mysql อย่างเช่น wordpress, joomla!, drupal, phpbb หรือ smf บนเวบโฮสต์จริง บางครั้งไม่สะดวกและอาจเกิดความเสียหายต่อฐานข้อมูลได้ ดังนั้นถ้าเราสามารถจำลองเครื่อง PC ของเราให้เป็นเวบโฮสต์ มันก็คงจะดี เพราะเราจะได้ผึกติดตั้งเพื่อดู features และฟังก์ชันการใช้งาน ก่อนที่จะติดตั้งบนโฮสต์จริง
AppServ เป็นซอฟต์แวร์ผีมือคนไทย ที่ได้รวม apache, php, mysql และ phpMyAdmin เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมระบบติดตั้งที่สามารถทำให้เครื่องคุณเป็น web server ได้ภายในนาที หลังจากติดตั้งเสร็จเราจะได้เวบไดเรคโทรี C:\AppServ\www ซึ่งจะคล้ายกับ /home/user/public_html ใน Linux เวบโฮสต์ ซึ่งทำให้เราสามารถทดสอบ script ได้มากเท่าที่ต้องการ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเช่าโฮสต์ก่อนก็ได้
Tags:
web hostingPosted under Uncategorized |
No Comments »
Written by Waipot on October 28, 2007 – 1:22 pm
เขียนไปเขียนมาจนแล้วจนเล่า ไวพจน์ ดอท คอม ก็มียอดบทความทะลุ 100 ในวันนี้ ซึ่งมีจำนวนหน้า index ใน Google ประมาณ 260 หน้า พร้อมกับอัทเดทเป็นบลอก PageRank2 แล้ว ตามข้อมูลใน whois www.waipot.com เวบนี้ได้จดโดเมนเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2007 นี้เอง นั่นก็เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมันมา บางครั้งรู้สึกท้อแท้เมื่อความฝันมันยังดูห่างไกลเกินเอื้อม แต่มีคนกล่าวไว้ว่า “การคว้าดาว ถึงแม้จะพลาด ก็ยังได้สัมผัสสะเก็ดดาว” แม้ว่าผมจะเพิ่งมีดอทคอมเป็นของตัวเองเมื่อไม่นานแค่ 6 เดือน แต่ผมได้ศึกษาการทำเวบไซต์มานานกว่า 6 ปี สำเร็จบ้างล้มเหลวบ้าง แต่ผมคงต้องพยายามต่อไป
บนโลกอินเตอร์เนตมันทำให้ผมได้พบมิตรภาพดีๆ มากมาย เพื่อนใหม่ที่ไม่เคยเจอกัน โดยเฉพาะ iDay และ Jennessa โลก cyber นี่เองทำให้ผมได้กลับมาเจอกับสาวนน้อยแสนไกลอีกครั้ง และไม่น่าเชื่อที่ Google นอกจากจะเก่งเรื่องค้นหาเวบแล้ว มันยังค้นหาเพื่อนเก่าได้ด้วย การเขียนบลอกได้อะไรมากกว่าที่คิด
นี่คือความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ของผมกับโลกอินเตอร์เนต ที่ทำให้ผมมีรอยยิ้มวันนี้ เอาหละวันนี้เป็นวันดี อย่างนี้ต้องฉลองด้วยการโชว์ฝีมือการทำกับข้าว “แกงจืดกระดูกหมู สูตรประทังชีวิต” ไม่น่าเชื่อว่าการมาใช้ในชีวิตต่างประเทศจะทำให้ผมทำกับข้าวเป็น แต่น่ากิน(หรือเปล่าไม่รู้)
Tags:
Commentary,
General IdeasPosted under Uncategorized |
No Comments »
Written by Waipot on October 28, 2007 – 5:59 am
wordpress 2.3.1 ออกมาให้ดาวน์โหลดกันอีกแล้ว หลังจากออกเวอร์ชัน 2.3 มายังไม่ถึงเดือน แต่จากรายละเอียดใน westi on wordpress ดูเหมือนว่าเวอร์ชันนี้มีการปรับปรุงหลายอย่าง ที่ถูกใจผมก็เห็นจะเป็นที่การสนับสนุน tagging ของ Windows Live Writer นี่แหละ อย่างนี้ต้องอัพเกรดกันหน่อยแล้ว
Tags:
Blogging,
TalkPosted under
Talk |
No Comments »
Written by Waipot on October 25, 2007 – 6:24 am
ดูเหมือนว่าการติดตั้ง Simple Machines Forum ให้ใช้กับภาษาไทยได้ จะไม่ Simple เหมือนชื่อเสียแล้ว เพราะผมลองติดตั้งผ่าน Fantastico ใน cPanel ของ HostMonster ซึ่งพบว่าบอร์ดแสดงฟอนต์ภาษาไทยไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจลองติดตั้งแบบ Manual ดู พบว่าปัญหานี้ได้หมดไป ผมจะสรุปขั้นตอนแบบคร่าวๆ ต่อไปนี้
- อันดับแรกให้เตรียม MySQL Database ไว้ โดยกำหนดชื่อของ database รวมทั้ง username และ password ให้เรียบร้อยเสียก่อน
- ดาวน์โหลด smf 1.1.4 full install แตกไฟล์จะได้โฟล์เดอร์ smf_1-1-4_install ให้อัพโหลดไฟล์ทั้งหมดในโฟล์เดอร์นั้นไปไว้ที่โฮสต์ เช่น public_html/forum
- ขั้นตอนที่สำคัญ ดาวน์โหลดภาษาไทยสำหรับ smf 1.1.4 จะเห็นว่ามีอยู่สองแบบคือ smf_1-1-4_thai กับ smf_1-1-4_thai-utf8 เลือกแบบไหนก็ได้ แบบแรกจะเป็น TIS-620 และอันหลังจะเป็น UTF-8 ซึ่งเหมาะกับบอร์ดที่ต้องการใช้หลายภาษา จากนั้นก็แตกไฟล์จะได้โฟล์เดอร์ Themes ให้อัพโหลดทั้งโฟล์เดอร์ไปทับ public_html/forum/Themes
- เริ่มตั้งติดตั้งโดยเข้าไปที่ http://www.yourdomain.com/forum/install.php ก็จะพบหน้าการติดตั้ง smf ที่เป็นภาษาไทย ตรงนี้ที่สำคัญคือ ต้องใส่ชื่อ user, password และชื่อของ database ที่เตรียมไว้แล้ว และถ้าต้องการให้บอร์ดแสดงได้หลายภาษาให้เลือกตรง UTF-8 Character Set จากนั้นคลิกปุ่มดำเนินการต่อไปจะพบหน้าที่ให้สร้างผู้ใช้ที่เป็น Admin จากนั้นคลิกปุ่มเสร็จสิ้นการติดตั้ง ตรงนี้จะมีให้เลือกลบไฟล์ install.php ทิ้ง เพื่อความปลอดภัย เอาหละแค่นี้ก็ได้บอร์ดภาษาไทยที่สวยงามแล้ว
ถ้าเปรียบเทียบ SMF กับ phpBB แล้ว SMF จะดูเรียบง่ายและมีชื่อด้านความปลอดภัยกว่า phpBB แต่อย่างไรก็ตาม License ของ SMF ไม่ได้เป็น GPL ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่ใช่ของฟรีก็ได้
อ้างอิง
http://www.simplemachines.org/
http://smf.rcweb.net/
Tags:
phpBB,
SMF,
web hostingPosted under Uncategorized |
15 Comments »
Written by Waipot on October 22, 2007 – 12:21 am
ผมตัดสินใจเอา Fujitsu A6030 โน๊ตบุคใหม่ของผมลง Ubuntu 7.10 (Gutsy Gibbon) เนื่องจากไม่พอใจ Windows Vista Home Premium ที่เป็นระบบปฏิบัติ 32bit ซึ่งติดมากับเครื่อง
โน๊ตบุคตัวนี้มากับ Core 2 Duo T7300 เป็น CPU 64bit ของ Intel ดังนั้นเจ้า Vista ตัวนี้ดูจะไม่ตอบสนองความแรงของเครื่องเท่าที่ควร เหมือนนักวิ่งโอลิมปิคฝีเท้าดี แต่ดันใส่รองเท้าแตะวิ่งแข่งซะอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็น Windows ของแท้ที่ในชีวิตของผมได้สัมผัส ผมจะเก็บมันไว้ โดยการติดตั้งระบบปฏิบัติการแบบ Dual Boot (อ่านขั้นตอนที่นี่) ที่ทำให้เราสามารถเลือกใช้ระหว่าง Windows หรือ Linux ได้ในเครื่องเดียว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องแต่อย่างใด เพราะ Windows กับ Linux จะแยกกันอยู่คนละพาร์ติชันของฮาร์ดดิสค์
หลังจากดาวน์โหลด Ubuntu 7.10 64bit AMD and Intel computers อิมเมจไฟล์แล้ว เบิร์นใส่แผ่นซีดี สั่งบู๊ตเครื่อง ติดตั้งตามขั้นตอน แต่ขั้นตอนที่สำคัญคือการแบ่งพาร์ติชัน ระหว่าง Vista กับ Ubuntu (อ่านขั้นตอนภาษาไทยแบบละเอียดที่นี่) พบว่า Ubuntu จัดการได้ดี มองเห็นไดร์ของวินโดว์ได้หมด หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการติดตั้งแล้ว ทันทีที่ลอกอินใช้งานพบว่า เจ้า Ubuntu ตัวนี้หน้าตาดูเรียบง่ายแต่สวยงามมาก สนุบสนุนฮาร์ดแวร์ของโน๊ตบุคของผมได้ดี และที่สำคัญคือ มันสนับสนุนภาษาไทยได้ดีทีเดียว ประทับใจ แทบจะหลงรัก Ubuntu เสียแล้ว
เราถูกสอนให้ใช้แต่ Windows ตั้งแต่ในวิชาคอมพิวเตอร์ตัวแรก เราจึงขาดวินโดว์ไม่ได้ แต่อยู่ในอเมริกาต้องคำนึงถึงความถูกต้องของลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ ดังนั้นการใช้ open operating system อย่าง Ubuntu จริงเป็นทางเลือกที่ดี ในบ้านเราก็มีชุมชนของผู้ใช้ Ubuntu อย่าง www.ubuntuclub.com ที่ถือว่าค่อนข้างจะตื่นตัวมากกันเลยทีเดียว
อ้างอิง
www.pantip.com/tech/article/article.php?id=205
www.ubuntuclub.com
Tags:
Laptop,
Linux,
UbuntuPosted under Uncategorized |
No Comments »
Written by Waipot on October 19, 2007 – 11:19 am
ปกติผมไม่ชอบชมผลิตภัณฑ์ของ Microsoft สักเท่าไหร่ เพราะเขาไม่ค่อยชอบแจกของฟรีบ่อยนัก แต่สำหรับ Windows Live Writer ตัวนี้ต้องขอชมว่าโดนใจบลอกเกอร์นักแล ซึ่งตอนนี้สามารถดาวน์โหลดรุ่นเบต้ามาใช้ฟรีได้
สำหรับ Windows Live Writer เป็นโปรแกรมทำงานบนฝั่งเดสค์ทอป ประเภท WYSIWYG คล้ายๆ กับ MS Word ที่ช่วยใช้เราโพสต์บลอกได้โดยตรงจากคอมพิวเตอร์ของเรา โดยที่ไม่ต้องเข้าไปที่หน้าล็อกอินของบลอก ซึ่งเจ้า Writer ตัวนี้สามารถทำงานแบบออฟไลน์ได้ เราจึงสามารถแก้ไขบทความจนเสร็จสมบูรณ์แล้วบันทึกลงเครื่อง จากนั้นเมื่อต้องการโพสต์ลงบลอกก็แค่เชื่อมต่ออินเตอร์เนตแล้วโพสต์ได้เลย ซึ่งสะดวกและทำให้ประหยัดค่าอินเตอร์เนตลงได้
Writer สนับสนุนบริการบลอกต่างๆ โดยเฉพาะ Windows Live Spaces, Sharepoint, WordPress, Blogger, LiveJournal, TypePad, Moveable Type, Community Server และบริการเว็บบล็อกอื่นๆ อีกมากมาย
ผมลองใช้ Writer กับ Blogger พบว่า Writer สนับสนุน features ต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะระบบ tag บทความที่คุณอ่านอยู่นี้ผมก็ใช้เจ้า Writer โพสต์นี่แหละ ซึ่งคิดว่าเจ้า Writer ตัวนี้จะสามารถช่วยให้การทำบลอกสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเมื่อ Microsoft พัฒนาจนสมบูรณ์แล้วมันจะยังฟรีอยู่อีกหรือไม่ต้องติดตามดูกันต่อไป
Tags:
Blogger.com,
Blogging,
google's,
TalkPosted under
Talk |
1 Comment »
Written by Waipot on October 19, 2007 – 10:12 am
ปกติคนที่ได้ทุนไปเรียนหรือทำวิจัยในอเมริกาจะได้ค่าใช้จ่ายตามอัตราของ กพ. ซึ่งเราจะได้ค่าลงทะเบียน ค่าหนังสือ ค่าประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวรวมที่พักแล้วจะอยู่ในช่วง 1,000$-1,4000$ ซึ่งขึ้นอยู่กับค่าครองชีพของเมืองนั้นๆ บางคนอาจจะสังสัยว่าเงิน $1,000 ในสหรัฐจะพอใช้หรือไม่ ตอนแรกผมกลัวว่ามันน้อยเกินไป สงสัยอดตายแน่ แต่พอมาอยู่จริงๆ พบว่าเงินที่รัฐบาลให้มานั้นเพียงพอเลี้ยงชีพในสหรัฐได้เลย
ลองคิดดูง่ายๆ ว่าผมได้เงินเดือนๆ ละ $1,000 ผมจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่า heat เบ็ดเสร็จประมาณ $450 สำหรับค่าอาหารจะตกอยู่มื้อละ $5 ดังนั้น เราจะจ่ายค่าอาหารวันละ $15 หรือเดือนละ $450 ยังเหลือติดตัวอีกเล็กน้อย $100 เผื่อไว้ใช้ยามจำเป็น จะเห็นว่าถ้าใช้จ่ายขนาดนี้ได้ทุกเดือนอยู่อเมริกาได้สบาย
แต่ถ้าอยากประหยัดยิ่งกว่านั้นก็ทำอาหารกินเองจะตกมื้อละ $3 กว่า ก็กะไว้ว่าวันละไม่เกิน $10 นั่นคือเฉพาะค่าอาหารเหลือเดือนประมาณละ $300 ยิ่งกว่านั้นถ้าหาห้องแบบมีรูมแมทหารสอง ค่าเช่าห้องอาจจถูกลงเหลือ $300 นั่นคือเราจะเหลือเงินติดกระเป๋าเดือนละ$400 เลยทีเดียว
สรุปว่าเงิน $1,000 ที่รัฐบาลไทยให้มาไม่มากไปไม่น้อยไป ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละคน แต่ทำไมผมใช้เงินเดือนล่วงหน้าทุกทีเลย
Tags:
In USA,
Living Abroad,
money,
NDSUPosted under Uncategorized |
No Comments »