My Apartment

Written by Waipot on September 13, 2007 – 6:47 am

Day 1

Day 2

Day 3

Tags: , ,
Posted under Uncategorized | 7 Comments »

Waipot.com never die

Written by Waipot on September 13, 2007 – 6:47 am

What I have from THAILAND, Oh!

It’s first time I use $Dollar, buy Coke Zero.

Tags: , ,
Posted under Uncategorized | No Comments »

สัมภาษณ์ VISA แบบ J 1 ที่เชียงใหม่

Written by Waipot on September 13, 2007 – 6:46 am

หลังจากเตรียมเอกสาร และตั้งใจจดจ่อมาอยู่นาน ในที่สุดผมก็ได้เวลาไปสัมภาษณ์วีซ่าเสียที ผมไปสัมภาษณ์วีซ่าที่เชียงใหม่มา ผลคือสัมภาษณ์ผ่านแล้ว การเดินทางสู่ North Dakota ได้เริ่มขึ้นจริงๆ เสียที ผมจะเขียนขั้นตอนคร่าวๆ ในการขอวีซ่าแบบ J (Exchange Visitor) ส่วนรายละเอียดของการขอวีซ่าทุกประเภท ให้ดูรายละเอียดจากบลอกของคุณ Susie ซึ่งมีรายละเอียดที่เป็นประโยชน์มากๆ และยังมีบอร์ดไกลบ้านของพันทิพย์ดอทคอม ซึ่งเป็นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตในต่างแดน เอาหละ มาดูขั้นตอนการเตรียมตัวของวีซ่าแบบ J กัน แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่า การพิจารณาวีซ่าของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กงสุล วิธีของผมอาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคนก็ได้

นัดวันสัมภาษณ์

อันดับแรกให้เราไปซื้อ PIN จองวันนัดสัมภาษณ์ที่ไปรษณีย์ก่อนนะครับ ซึ่งมีอยู่สองแบบคือจองผ่านทางเวบไซต์หรือทางโทรศัพท์ อันนี้สำคัญเพราะบางช่วงคิวอาจยาวรอกันเป็นเดือน แล้วจะทำให้เราขอวีซ่าไม่ทันตามแผน ผมเลือกแบบเวบไซต์เพราะราคาถูกกว่าและถนัดเรื่อง www อยู่แล้ว จากนั้นไปทำการนัดวันสัมภาษณ์ที่ https://thailand.us-visaservices.com เลือกที่ Visa Information and Appointments แล้วสมัครตามขั้นตอนเหมือนสมัคร e-mail นั่นแหละ

ทีนี้ต้องมาตัดสินใจกันว่าจะสัมภาษณ์ที่ไหน ทุกคนมีสิทธิ์สัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ แต่เฉพาะคนในพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือเท่านั้น ที่สามารถสัมภาษณ์ได้ที่สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ ผมตัดสินใจไปที่เชียงใหม่ เพราะตัวผมบ้านเกิดอยู่อุตรดิตถ์ ผมก็เคยเป็นศิษย์เก่า มช. ด้วย และผมรักจังหวัดเชียงใหม่ รองจากบ้านเกิดตัวเอง คือ อุตรดิตถ์

เราสามรถ Login กลับมาแก้ไขข้อมูลได้ทุกเมื่อก่อนวันสัมภาษณ์ แต่จะหมดอายุหลังวันสมัภาษณ์ได้ 10 วัน เราสามารถจะยกเลิกการนัดหมายได้ 2 ครั้งเท่านั้น ในนั้นจะมีแบบฟอร์ม DS156, DS157 และ DS158 ให้กรอกให้เรียบร้อยและพิมพ์ออกมาเพื่อใช้ในวันนัดอีกที

การวันสัมภาษณ์ต้องเตรียมเอกสารและกรอกข้อมูลให้ครบต่อไปนี้

แบบฟอร์มสำคัญ

  1. DS156 ซึ่งต้องกรอกแบบออนไลน์และพิมพ์ออกมาเท่านั้น ต้องติดรูป และเซ็นต์ชื่อ
  2. DS157 เป็น pdf พิมพ์ออกมาก่อนหรือกรอกก่อนก็ได้ ถ้ามี Acrobat Pro
  3. DS158 ทำคล้ายๆ กับ DS157 แต่ต้องเซ็นต์ชื่อด้วย
  4. DS2019 ซึ่งต้องให้ทางมหาวิทยาลัยที่เราจะไปอยู่สมัครให้ ซึ่งบางที่ใช้เวลานานมาก 3 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน ต้องกะเวลาให้ดี ของผมบอกให้เจ้าหน้าที่เร่งให้ เพราะมันจะไม่ทัน ผมได้ DS2019 ภายในสัปดาห์เดียวเท่านั้น
  5. หลักฐานการจ่าย SEVIS (I-901) ซึ่งจ่ายออนไลน์ได้ และพิมพ์ใบเสร็จออกมาใช้ในวันสัมภาษณ์ก่อนตัวจริงจะมาถึงก็ได้
  6. หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า จ่ายได้ที่ไปรษณีย์ที่มี Pay At Post ทั่วประเทศ ต้องเก็บไว้ทั้งสลิปขาวและใบเขียว
  7. รูปถ่ายขนาด 5×5 ซม. แป๊ะ ฉากหลังสีขาว เปิดให้เห็นหู ให้ใบหน้ากินพื้นที่ 50 % ของรูป
  8. หนังสือเดินทางที่มีอายุอย่างน้อย 6 เดือน
  9. ซองไปรษณีย์เพื่อจัดส่งหนังสือเดินทาง ต้องซื้อที่ไปรษณีย์แม่ปิงเท่านั้น อยู่ห่างจากสถานกงศุล เกือบๆ กิโลเมตร ผ่านกาดหลวงด้วย แวะซื้อแคบหมูน้ำพริกหนุ่มไปฝาก เพื่อนๆ ได้

ทุกแบบฟอร์มต้องกรอกข้อมูลให้ครบ และเซ็นต์ชื่อให้เรียบร้อย (คำแปลไทยแบบฟอร์ม DS ต่างๆ)

หลักฐานส่วนตัว

  1. ใบรับรองสถานะทางการเงิน ต้องให้ทางแหล่งทุนออกให้
  2. หนังสือรับรองสภาพนักศึกษา (ภาษาอังกฤษ)
  3. Transcript ล่าสุด
  4. ทะเบียนบ้าน
  5. บัตรนักศึกษา
  6. สมุดบัญชีเงินฝาก
  7. บัตรประชาชน

หลักฐานส่วนตัวอาจจะไม่เหมือนกัน แต่หลักฐานยิ่งแน่นยิ่งมีโอกาสผ่านได้ง่าย

พอเอกสารครบถ้วน ก็ไปที่สถานกงศุลตามวันนัด ควรไปก่อนสัก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความผิดพลาด สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จะอยู่ตรงข้ามกับเทศบาล ตรงเจดีย์ขาวเลย พอไปถึงก็ยื่นเอกสารนัดหมายแจ่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะให้เราฝาก มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ต้องผ่านเครื่องเกตเวย์ เพื่อตรวจหาโลหะที่อาจจะเป็นอาวุธได้ หลุดด่านนี้ไปได้ ก็จะเจอสาวเสื้อแดงท่าทางไม่ดุ ซึ่งจะเป็นคนตรวจเอกสารและจัดคิวสัมภาษณ์ เธอจะขอตรวจแบบฟอร์มต่างๆ ถ้าผิดก็แก้กันตรงนั้นเลย โดยเฉพาะรูป ถ้าไม่ผ่านเธอจะไล่ให้ไปถ่ายมาใหม่ ของผมเจอเรื่องระทึก คือ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ที่กรุงเทพ ลืมแสตมป์ตราประจำวันของใบเสร็จค่าธรรมเนียมให้ ไม่รอดพ้นสายตาสาวเสื้อแดง เธอไล่ให้ผมไปแสตมป์ตราที่ไปรษณีย์แม่ปิง โชคดีที่หัวหน้าไปรษณีย์แม่ปิงช่วยเหลือเซ็นต์รับรองให้ ไม่งั้นอดสัมภาษณ์ แผนการเดินทางล่มสลาย เพราะลืมแสตมป์ตรานี่แหละ ต้องขอบคุณหัวหน้าไปรษณีย์แม่ปิง ไว้ ณ ที่นี้ด้วย นี่แหละเหตุผลที่ต้องไปก่อนเวลานัด

พอทุกอย่างเรียบร้อย สาวเสื้อแดงจะกดบัตรคิวให้ เ้ราก็ไปนั่งรอที่ห้องสัมภาษณ์ คนรอคิวสัมภาษณ์มีประมาณ 20-30 คนในวันนั้น เจ้าหน้าที่จะเรียกตามคิว โดยให้เราไปยื่นหลักฐานส่วนตัวที่ช่อง 1 แล้วก็กลับมานั่งรอ แล้วก็เรียกเราไปสัมภาษณ์ที่ช่องเบอร์ 2 ตรงนี้จะสแกนลายนิ้วมือ และสัมภาษณ์ผ่านไมโครโฟน ผมเจอเจ้าหน้าที่ผู้ชาย หน้าตาประมาณคนญี่ปุ่น เกาหลี เขาก็ยกมือไหว้กล่าวทักทาย สวัสดีครับ ผมก็ยกมือสวัสดีงามๆ ไป คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม พอก็ตอบว่าได้นิดหน่อย เขาก็ยิ้ม แ้ล้วก็รัวคำถามมาเป็นภาษาอังกฤษ คำถามไม่ยาก คำถามประมาณว่า คุณได้ทุนไปทำวิจัยใช่ไหม วิจัยเกี่ยวกับอะไร คาดว่าจะได้อะไร ประมาณนี้ ผมก็ตอบได้สบายมาก จากนั้นเขาก็จะอธิบายเงื่อนไขต่างๆ ของวีซ่าแบบ J แล้วเขาก็กล่าวขอบคุณครับ แล้วไหว้งามๆ มาทีหนึ่ง ผมก็ไหว้งามๆ แบบชายไทยกลับไปอีกทีหนึ่ง ผมนึกอยู่ในใจ ผ่านแล้วสิเรา แทบอยากเซิ้งรอบเจดีย์ขาว แล้วเจ้าหน้าที่ก็คืนหลักฐานส่วนตัวกลับมาให้ โดยจะต้องเอาซองไปรษณีย์และหนังสือเดินทางไปด้วย ถ้าคืนกลับมาแสดงว่าไม่ผ่าน การออกวีซ่าจะใช้เวลาหนึ่งวันและวีซ่าจะถูกส่งไปยังไปรษณีย์แม่ปิง ให้ไปรับหลัง 16.00 ของวันถัดไปได้เลย

สรุปแล้วการเดินทางไปสัมภาษณ์ VISA ที่เชียงใหม่ ครั้งนี้ไม่ผิดหวัง เจ้าหน้าที่ไม่ดุ คุยกันได้ คนเชียงใหม่ก็ยังสร้างความประทับใจให้ผมอีกครั้ง ไปครั้งนี้ได้เจอเพื่อนเก่าๆ มาเลี้ยงส่งเกือบครบ

Tags: , ,
Posted under Uncategorized | No Comments »