รักแห่งสยาม

Written by Waipot on July 8, 2008 – 1:36 pm

ไม่รู้ว่าเชยไปหรือเปล่า แต่ผมเพิ่งจะได้ดูหนังเรื่องนี้จาก VCD เมื่อเร็วๆ นี้ ส่วนข้อคิดที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้ คือ การค้นหาตัวตนของวัยรุ่นที่แสนสับสน และ ความรัก ที่มีหลายรูปแบบ ในหนังเรื่องนี้ ผมวิจารณ์หนังไม่เก่ง แต่บอกได้คำเดียวว่า เป็นหนังไทยที่ดี

MV. เพียงเธอ Ost.รักแห่งสยาม -

ปล. ช่วงนี้ waipot.com ไม่ค่อยได้เขียนเรื่องราวสาระ ด้านคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากเจ้าของบลอกถูกอาการงานเข้า เครียด ไม่มีเวลา เลยต้องหาความบันเทิงมาหล่อเลี้ยงจิตใจ ส่วนผู้ที่ยังติดตาม ผมก็ซาบซึ้งใจ “รักแห่งสยาม”

Tags:
Posted under Lifestyle | 1 Comment »

ลิฟต์เสียสะเทือนถึง Waipot

Written by Waipot on June 19, 2008 – 1:16 am

วันนี้เจอเหตุการณ์แบบไม่คาดฝัน ตะลึงงัน สองเหตุการณ์ ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีความโกลาหล (Chaos Theory) ในชีวิตได้ดี เรื่องแนวนี้เคยถูกเขียนโดย kosoltalk.com แล้วเหมือนกัน

เริ่มจากเมื่อคืนนี้ผมอุตสาห์ตรากตรำอดหลับอดนอนเพื่อปั่นงาน เพราะต้องนำเสนออาจารย์ที่ปรึกษาวันนี้ตอนบ่ายสอง ขนาดเพื่อนโทรมาชวนไปกินเบียร์ ยังต้องห้ามใจ ผมทำงานเสร็จก็เกือบตีสาม

ตื่นเช้ามาวันนี้ มันก็เป็นวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง แต่รู้สึกงัวเงียเพราะเมื่อคืนนอนดึกกว่าปกติ อาบน้ำ จิบกาแฟ แล้วเดินไปมหาวิทยาลัย พอทันทีที่เข้าไปในตึก ก็พบว่ามีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เพราะมีป้ายประกาศบอกให้เลื่อนชั้นเรียนแปะหน้าประตูเต็มไปหมด ทั้งตึกมีแต่ความว่างเปล่า แล้วทุกคนหายไปไหน (นึกฉากในหนัง I am Legend) ทันใดนั้นคนดูแลตึกก็ปรากฏตัว แล้วบอกกับผมว่าไม่ให้ใครเข้าไปในตึก เพราะมีเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ลิฟต์เกิดขึ้น ตึกนี้จึงปิดเพื่อซ่อมแซม ณ ในจุดนี้แผนการณ์ได้ถูกเปลี่ยนอย่างเสียไม่ได้ ผมจะต้องนำเสองานตอนบ่ายสอง แล้วจะทำอย่างไรต่อไป

จากนั้นผมตัดสินใจกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ตัวเอง เพราะทั้งวันตึกนี้คงปิด นึกในใจ ก็ดีเหมือนกัน จะได้นอนพักผ่อน พอถึงบ้านสักพักแล้วผมก็ได้ยินเสียงกดกริ่ง ผมเดินไปเปิดประตู พบว่าคนที่เข้ามาหาคือ Landlord ขออธิบายศัพท์คำนี้เสียก่อน Landlord พูดง่ายๆ ก็คือ เจ้าของบ้าน หรือ อพาร์ตเมนต์ ที่ให้เราเช่าอยู่ ที่อเมริกาเวลาเช่าบ้าน ผู้เช่าต้องทำสัญญาเช่า (leased) ขั้นต่ำ 1 ปี และก่อนออกต้องทำความสะอาดเอง ให้บ้านที่เช่ากลับมาสภาพเดิม ที่ผมตกใจ เพราะ ร้อยวันพันปี ไม่เคยเห็นเขามาดู ผมก็จ่ายเงินตรงเวลาทุกเดือน พอเขามาในบ้าน เขาก็รู้สึกช็อคพอๆ กับผม เพราะเขามาเจอห้องอันรกรุงรังโดยฝีมือของกระผมนั้นเอง ที่เขามาวันนี้แค่ตั้งใจมาตรวจถังดับเพลิง แต่พอเห็นผมอยู่บ้านเลยขอเข้ามาดูเสียหน่อย ก่อนกลับไปยังกำชับว่า ก่อนผมย้ายออกให้ผมทำความสะอาดให้เรียบร้อย กรรมจริงๆ เป็นเพราะลิฟต์มันเสียนั่นเอง เลยทำให้ผมต้องอยู่บ้าน

สุดท้ายอาจารย์ที่ปรึกษาก็อีเมล์ มาบอกให้เลื่อนการประชุมจากวันนี้ตอนบ่ายสอง เป็นพรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า เหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นเช้าวันนี้ ทำให้ผมตะหนักว่า ชีวิตคือความโกลาหล ดังคำว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ซึ่งสอดคล้องกับ Chaos Theory แต่อย่างไรก็ตามนั้น ถึง Chaos Theory จะสามารถใช้ทำนายระบบที่ไม่เป็นเชิงเส้น (nonlinear system) ในทางฟิสิกส์ได้ดี แต่ ยังไม่สามารถทำนายความไม่เป็นเชิงเส้นของชีวิตจริงของมนุษย์ ที่ซับซ้อนกว่าระบบทางฟิสิกส์อย่างมาก

Tags:
Posted under Lifestyle | 3 Comments »

I’ll never dance again

Written by Waipot on June 16, 2008 – 10:06 am

มาระลึกความหลังครั้งยังเป็นวัยรุ่น ด้วย เพลง I’ll never dance again (RAPTOR)

I’ve danced with others just to show I don’t care
But my arms discovered that the true wasn’t there
Unless my arms are holding you the way I did then

ชอบท่อนนี้ที่สุด บางครั้งคุณอาจจะเคยเจอเหตุการณ์ประมาณแบบนี้ เจอคนรักเก่าอยู่กับคนอื่นแล้ว ทำใจไม่ได้ นิดหน่อย

Tags:
Posted under Lifestyle | No Comments »

Fargo ฆาตรกรรมบานปลาย

Written by Waipot on May 18, 2008 – 1:52 am

ผมได้อยู่เมือง Fargo มาเกือบจะ 9 เดือนแล้ว ผมประทับใจเมืองนี้ในตอนหน้าหนาวมากที่สุด เพราะหิมะตกหนัก ปกคลุมเมืองนี้ จนกลายเป็นเมืองสีขาวโพลน มองไปทางไหน ก็มีแต่พื้นที่สีขาวคลุมด้วยหิมะ เวิ้งว้าง สุดสายตา

มีคนแนะนำให้ผมดูหนังเรื่อง Fargo (1996) เพราะเรื่องราวในหนัง เหตุเกิดที่เมืองนี้ หนังเรื่องนี้เป็นหนังแนว Crime-Drama (หนังชีวิตซ้อนฆาตรกรรม) ที่ชนะถึงสองรางวัลย์ออสการ์ คือ ฉากสวยงาม และ ดารานำหญิงยอดเยี่ยม ถ้าใครชอบหนังแบบ No Country for Old Men ต้องชอบหนังเรื่องนี้ เพราะผู้กำกับทีมเดียวกัน

ฉากเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ เกิดขึ้นที่ผับแห่งหนึ่งในเมือง Fargo ซึ่งเป็นที่มาของชื่อของหนังนั่นเอง เรื่องมีอยู่ว่า เซลล์แมนขายรถยนต์คนหนึ่งทำงานในบริษัทพ่อตาตัวเอง ซึ่งพ่อตาเป็นคนรวยมาก แต่ตนเองประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก จึงได้วางแผนจ้างชายสองคน ให้แกล้งลักพาตัวเองภรรยาตัวเอง เพื่อเรียกค่าไถ่จากพ่อตา 1 ล้าน ดอลลาร์ พร้อมให้รถยนต์หนึ่งคัน เพื่อให้ผู้รับจ้างทั้งสองใช้ในภารกิจครั้งนี้

เรื่องมันเหมือนจะเป็นหนังตลก เพราะแค่แกล้งหลอกเอาเงินพ่อตา แล้วภรรยากลับมาปลอดภัย ก็คงจบ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ หลังจากคนร้ายสองนั้นได้บุกชิงตัวภรรยาของเขา ในขณะที่เขาออกไปทำงาน ตามแผนที่วางกันไว้ จากนั้นคนร้ายได้นำตัวภรรยาของเขาขึ้นรถ เพื่อเดินทางสู่ที่กักขัง เพื่อรอเรียกค่าไถ่ ในขณะที่กำลังขับรถเดินทางอยู่นั้น ตำรวจนายหนึ่งได้เรียกให้คนทั้งสองหยุดรถ เพราะ สงสัยว่าเป็นรถยนต์ใหม่ ที่ไม่ได้เสียภาษี (อาจจะลืมติดป้ายทะเบียน) คนร้ายคนหนึ่งเห็นท่าจะไม่ดี เพราะกลัวตำรวจรู้ว่า ในรถ มีคนโดนถูกลักพาตัวอยู่ด้วย จึงชักปืนสังหารตำรวจนายนั้น ซึ่งเป็นเหตุให้ ตำรวจหญิง (ตัวแสดงนำหญิงในเรื่อง) ต้องมาสืบสวนเรื่องนี้ จากจุดนี้ เนื้อเรื่องในหนังมาถึงจุดเปลี่ยน เพราะจากการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ กลาย เป็นเรื่องการฆาตรกรรมที่บานปลาย ซึ่งมีเนื้อหามากมายหลังจากนี้ ผมคงเล่าได้ไม่หมด ขอให้ติดตามเรื่องราวใน cd หรือ dvd เองนะครับ

หนังเรื่องนี้มีฉากที่สวยงาม เพราะ ได้พื้นที่หิมะของแถบนี้ ฉากที่ผมชอบที่สุด คือ ตอนที่คนร้ายคนหนึ่งซึ่งโดนยิงบาดเจ็บ ต้องการซ่อนเงินค่าไถ่ใต้เสารั้วแห่งหนึ่ง คนร้ายได้พยายามโกยหิมะออก แล้วกลบกระเป๋าเงินกลับไป พอคนร้ายเงยหน้าขึ้นมาดูรอบๆ พบว่า มันมีแต่พื้นที่หิมะเวิ้งว้างขาวโพลน แล้วจะจำได้อย่างไร ว่าซ่อนกระเป๋าไว้ที่เสาต้นไหน ซึ่งสะท้อนบรรยายของเมือง Fargo ตอนหิมะปกคลุม ได้อย่างดี เรื่องของเรื่อง มีมันปัญหา ที่รถยนต์คนนั้น หากมันติดป้ายทะเบียนให้เรียบร้อย ก็คงไม่ต้องถูกตำรวจเรียกตรวจ

ข้อคิดจากการดูหนังเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกว่า บางครั้งเพียงแค่เงินเล็กน้อย มนุษย์บางคน สามารถ ฆ่าแกงกันได้อย่างเลือดเย็น เหมือนในหนังเรื่องนี้ ที่เริ่มต้นเพียงแค่การแกล้งลักพาตัวเรียกค่าไถ่ แล้ว นำไปสู่การฆาตรกรรมที่บานปลาย


Small town, Big Crime, Dead Cold - ผมชอบประโยคนี้จริงๆ

Tags:
Posted under Lifestyle | 2 Comments »

Let There Be Love by Oasis

Written by Waipot on May 6, 2008 – 6:19 am

ช่วงนี้โดนอาการงานเข้า เครียด เลยทีเดียว ผมเลยไม่ค่อยมีเวลาได้เขียนบลอกเลยช่วงนี้ ผมเลยหยิบเพลงนี้มาฝาก ให้ผู้ชม มิตรรัก แฟนเพลง เอ้ย แฟนบลอก ได้ฟังกันแก้เหงา เผื่อจะมีกำลังใจต่อสู้กันต่อไป ในวันพรุ่งนี้ “Let There Be Love by Oasis

Tags:
Posted under Lifestyle | 8 Comments »

โลกเรายังมีสิ่งดีๆให้เห็น‏

Written by Waipot on April 22, 2008 – 11:13 am

เพื่อนๆ เขา forward กันมาในเมล์ ผมดูแล้วซึ้งใจดี บางครั้งน้ำใจเล็กๆ ก็มีความหมายที่ยิ่งใหญ่




Tags:
Posted under Lifestyle, Talk | 6 Comments »

วันแรกของ ฤดูใบไม้ผลิ

Written by Waipot on March 21, 2008 – 6:59 am

วันนี้ถ้าใครเข้าไปค้นหาข้อมูลที่ Google ก็จะพบรูปนี้ “first day of spring - วันแรกของฤดูใบไม้ผลิ” ทำให้ผมรู้สึกใจหายกับวันเวลาที่แปรเปลี่ยน ฤดูหนาวที่ยาวนาน กำลังจะจากไปแล้ว บันทึกเรื่องราวบนโลกอินเทอร์เน็ต: Fargo’s Winter ก็กำลังจะจบลงไปพร้อมกับหิมะสุดท้ายที่กำลังละลาย ผมจะไม่เคยลืมความทรงจำของฤดูหนาวของเมือง Fargo ว่ามันจับใจเพียงใด ผมชอบฤดูหนาว แม้ว่า มันจะหนาวและเหงาเพียงใด ผมก็ไม่อยากให้มันจากไป แต่ที่เสียดาย เพราะ ผมต้องจาก Fargo ไปในไม่ช้า ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่จะได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้อีก ผมอยากจะเก็บความทรงจำของฤดูหนาวทุกมุมที่ผมเจอ แต่ผมคงเก็บได้เพียงภาพถ่ายบางภาพเท่านั้น ผมจะจดจำความหนาวที่อบอุ่นนี้ ตลอดไป

แต่ฤดูกาลมันก็วนเวียนผันเปลี่ยน จากไปแล้ว แล้วมาก็กลับ ซ้ำแล้วซ้ำล่ำ เป็น วัฏจักร เราจะเศร้าจะซึ้งไปใย ชีวิตต้องก้าวต่อไป ยังมีเรื่องราวมากมาย ให้ค้นหา

Tags: , ,
Posted under Lifestyle | 6 Comments »